กองการกีฬา ส่งเสริมบุคลากรทำงานด้านวิชาการในโครงการวิจัยสถาบัน

Artboard 1

กองการกีฬา ส่งเสริมบุคลากรทำงานด้านวิชาการในโครงการวิจัยสถาบัน
เรื่อง 
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการสถานกีฬา ของงานบริการสถานกีฬา กองการกีฬา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายเฉลิมพล  แสงแก้ว  นักวิชาการศึกษา หัวหน้างานบริการสถานกีฬา  หัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับนายภาสพันธ์  จิโนทา  ผู้ร่วมโครงการวิจัย กองบริหารงานกลาง  ได้รับทุนสนับสนุนในโครงการวิจัยสถาบัน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2561 ในการศึกษา เรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการสถานกีฬา ของงานบริการสถานกีฬา กองการกีฬา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการสถานกีฬา งานบริการสถานกีฬา กองการกีฬา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และศึกษารูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการสถานกีฬา งานบริการสถานกีฬา กองการกีฬา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณในการศึกษา เครื่องมือในการวิจัยคือแบบสอบถาม และทำการวิจัยจากกลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการของงานบริการสถานกีฬา ประกอบไปด้วย นักเรียน/นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น บุคลากร/หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น และบุคลากร/หน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวนทั้งสิ้น 140 คน ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดำเนินการเป็น  2 ขั้นตอน ได้แก่

  •  ใช้สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด เพื่ออธิบายคุณลักษณะสำคัญของบุคลากรฯ
  • ใช้การวิเคราะห์ตารางไขว้ (Crosstabulation) เพื่อวิเคราะห์การกระจายข้อมูลระหว่างคุณลักษณะสำคัญของกลุ่มตัวอย่าง กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของบุคลากร ทั้งนี้ลักษณะสำคัญของกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดไว้ คือ เพศ อายุ ลักษณะผู้ใช้บริการ โดยใช้สถิติ Chi-Square สำหรับการนำเสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบการพรรณนา ได้แก่ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบตาราง ส่วนการนำเสนอตารางไขว้ ใช้ค่าร้อยละในการแสดงผลข้อมูลด้วย คณะผู้วิจัยขอนำเสนอดังนี้
  1. สรุปผลการวิจัย

          1.1 ข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคล

          จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคลของบุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬา กองการกีฬา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า ส่วนใหญ่คิดเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 50.7 ซึ่งห่างจากเพศหญิงไม่มากนัก และบุคลากรผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่าหรือเท่ากับ 23 ปี คิดเป็นร้อยละ 82.1 เป็นที่น่าสังเกตว่าบุคลากรที่มีช่วงอายุระหว่าง 41 – 50 ปี มีเพียงร้อยละ 1.4 เท่านั้น และเมื่อพิจารณาในประเด็นลักษณะผู้ใช้บริการสถานกีฬาส่วนใหญ่ พบว่า ส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการสถานกีฬาเป็นนักเรียน/นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดเป็นร้อยละ 80.7 รองลงมาเป็นบุคลากร/หน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดเป็นร้อยละ 11.4 เป็นที่น่าสังเกตว่าบุคลากร/หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีเพียงร้อยละ 7.9

          1.2 รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมต่อการบริการสถานกีฬา

          ผลการวิเคราะห์รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมต่อการบริการสถานกีฬาของบุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬา พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่อยากให้ประเด็นสารสนเทศสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่นผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านมือถือ อยู่ในระดับมากและมากที่สุด รวมคิดเป็นร้อยละ 90.0 รองลงมาในประเด็นผู้ใช้บริการทุกคนสามารถเข้าใช้บริการผ่านสารสนเทศของงานบริการสถานกีฬาได้ เช่น การจองสถานกีฬา จองห้องประชุม หรือแจ้งซ่อมแซม และในประเด็นรูปแบบสารสนเทศมีความเรียบง่าย สะดวก อยู่ในระดับมากและมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 87.1 และ 89.3 ตามลำดับ ส่วนประเด็นบุคลากรคิดว่าควรจัดทำสารสนเทศ เช่น Website Application โปรแกรม เพื่อความสะดวก และง่ายต่อการติดต่อขอใช้บริการสถานกีฬาด้วยตนเอง บุคลากรให้ระดับความเหมาะสมในระดับมากและมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 80.7

          1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน

          ผลการวิเคราะห์การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันของบุคลากรในภาพรวม พบว่า บุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬาส่วนใหญ่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาพรวมอยู่ในระดับสูง  คิดเป็นร้อยละ 50.0 เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีบุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬาบางส่วนมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระดับต่อต่ำ คิดเป็นร้อยละ 10.7

ส่วนผลการวิเคราะห์การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันของบุคลากรในกี่พิจารณารายข้อ พบว่า บุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬาส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการใช้บริการอินเตอร์เน็ต ในระดับมากและมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 90.0 รองลงมาเป็นประเด็นบุคลากรใช้อินเตอร์เน็ตในการสื่อสารกับผู้อื่น ใช้อุปกรณ์ไอซีทีเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวก และทำให้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวมากขึ้น และใช้อุปกรณ์ไอซีทีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 58.6 47.9 และ 47.9 ตามลำดับ

          1.4 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน

             1.4.1 เพศ

                    ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน และเพศของบุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬา พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่ทั้งเพศชาย และเพศหญิงมีระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 54.9 และ 44.9 ตามลำดับ เป็นที่น่าสังเกตว่าบุคลากรบางส่วนเพศชาย และเพศหญิงมีระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันในระดับต่ำ คิดเป็นร้อยละ 9.9 และ 11.6 ตามลำดับ เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยค่าสถิติ Chi-square พบว่า ตัวแปรทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

                    1.4.2 อายุ

                    ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน และอายุของบุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬา พบว่า บุคลากรที่มีอายุต่ำกว่าหรือเท่ากับ 23 ปี มีระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันอยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 53.0 เป็นที่น่าสังเกตว่าบุคลากรที่มีอายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไปจะระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ในระดับต่ำ คิดเป็นร้อยละ 66.7 เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยค่าสถิติ Chi-square พบว่า ตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

1.4.3 ลักษณะผู้ใช้บริการสถานกีฬาฯ

                    ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน และลักษณะผู้ใช้บริการสถานศึกษา พบว่า บุคลากรที่เป็นนักเรียน/นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และบุคลากร/หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 52.2 และ 54.5 ตามลำดับ เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีนักเรียน/นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันอยู่ในระดับต่ำ คิดเป็นละ 6.2 เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยค่าสถิติ Chi-square พบว่า ตัวแปรทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

  1. ข้อเสนอแนะ

          2.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

          1) จากผลการวิจัย พบว่า บุคลากรที่ใช้บริการสถานกีฬาส่วนใหญ่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาพรวมอยู่ในระดับสูง ควรมีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริการสถานกีฬา โดยสารสนเทศต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่นผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านมือถือ เป็นต้น

2) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน และลักษณะผู้ใช้บริการสถานศึกษา พบว่า บุคลากรที่เป็นนักเรียน/นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และบุคลากร/หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ในระดับสูง ดังนั้นหน่วยงานต้องพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเน้นถึงกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้ง่าย อาจเริ่มจากการทดลองสารสนเทศกับกลุ่มนักเรียน/นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ขอใช้บริการสถานกีฬามากที่สุด

3) จากผลการวิจัย มหาวิทยาลัยต้นสังกัดต้องพยายามผลักดันนโยบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศให้มาประยุกต์ใช้งานกับการทำงานของสถานกีฬามากยิ่งขึ้น

          2.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป

          1) ในการวิจัยครั้งต่อไปควรเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและทราบถึงความต้องการในความต้องการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างจริงจัง

research_cover
research_cover_back
Artboard 1
IMG_1958
IMG_1961 (1)
Chot Chatpinit 5
Aoi Macintosh
11958209_936636159707916_2534661489027354766_o
ขนาด 30 X 82 เซนติเมตร ป้าย2